วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

รู้จักแคลเซี่ยมอย่างประโยชน์สูง ประโยชนฺสุด

http://doctor.or.th/article/detail/2942


หลังจากที่ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อหนึ่งโฆษณาผลิตภัณฑ์ตัวเองว่า ใช้เสีมความสูง ออกรายการโทรทัศน์บรรดาผู้ปกครองบ้าง เด็กนีกเรียนบ้าง ก็ออกมาถามหาซื้อกันจ้าละหวั่น ครู-อาจารย์บางโรงเรียนที่เป็นตัวแทนจำหน่ายก็เลยง่วนกับการรับซื้อใบสั่งซื้อจากลูกศิษย์กันยกใหญ่ จึงเกิดคำถามเป็นข้อสงสัยขึ้นมาหลายๆข้อ ดังนี้
๑. ผู้คนเขาคิดเรื่องความสูงกันอย่างไร? "แคลเซียม" มีลต่อกระดูกอย่างไร?
เป็นที่เข้าใจกันดีว่าแคลเซียมมีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูก แต่คนส่วนใหญ่เห็น "ภาพ" การเจริญของกระดูกในมิติของความสูงอย่างเดียว จริงๆแล้ว กระดูกมีการเจริญตั้งแต่ระยะฟีตัส (อยู่ในครรภ์มารดา) ทารก และเรื่อยไปจนถึงอายุประมาณ ๒๕-๓๐ ปี จากนั้นจะมีการเสริมความแข็งแรงของกระดูก จรถึงระยะมวลกระดูกสูงสุด (Peck Bone Mass) ที่อายุ ๓๕ ปี หลังจากนั้น มวลกระดูกจะลดลงเรื่อยๆตามอายุ สำหรับผู้หญิงมวลกระดูกจะลดลงมากในช่วงหลังหมดประจำเดือน

"มวลกระดูก" หมายถึง ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกที่ประกอบไปด้วยโครงสร้างหลักและแร่ธาตุต่างๆที่เข้ามาเสริม จึงมีทั้งมิติของความหนา ความใหญ่ มิใช่ความสูง(ยาว) อย่างเดียว สุขภาพกระดูกที่ดีจะหมายถึงความหนาแน่น ซึ่งตรงข้ามกับ ความพรุน ความเปราะบาง หรือความกร่อน มากกว่าจะมุ่งหมายถึง ความสูง(ความยาว)

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาวะของกระดูกในแต่ละช่วงชีวิตมี ๔ ประการคือ พันธุกรรม น้ำหนักที่ลดลง โภชนาการ และฮอร์โมน ในข่วงต้นของชีวิต กระดูกเจริญขึ้นภายใต้อิทธิพลที่สำคัญคือ พันธุกรรม ส่วนโภชนาการมีความสำคัญรองลงมา "อิทธิพลของอาหาร โดยเฉพาะแคลเซียมจะอยู่ใต้อิทธิพลของพันธุกรรม" จึงเป็นเหตุผลที่ระดับมวลกระดูกสูงสุดของคนแต่ละเผ่าพันธุ์มีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามในระยะที่มวลกระดูกยังไม่ถึงค่าสูงสุด การบริโภคแคลเซียมมีความสำคัญต่อการสะสมมวลกระดูก หากบริโภคแคลเซียมไม่เพียงพอ ระดับมวลกระดูกสูงสุดจะต่ำกว่าระดับที่ควรเป็นไปได้ตามศักยภาพ และจะไปมีผลทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่มีผลกระทบรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตในช่วงสูงอายุ คือภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) เป็นภาวะที่มีความหนาแน่นของกระดูกลดน้อยลง จนทำให้กระดูกบางและเปราะ จึงมีโอกาสแตกหักได้ง่าย โดยเฉพาะตรงข้อมือ สะโพก ทำให้หลังค่อม ตัวเตี้ยลง

การดื่มนมตั้งแต่วัยเด็กหรือการให้แคลเซียมเสริมในรูปของยามีผลเพิ่มมวลกระดูกได้ จึงน่าจะมีความสำคัญในการป้องกันภาวะกระดูกพรุน มากกว่าเรื่องเพิ่มความสูงเสียอีก

การเจริญของกระดูกยังต้องการสารอาหาร แร่ธาตุ รวมทั้งวิตามินอื่นๆอีก ได้แก่ โปรตีน(โดยเฉพาะกรดอะมิโนที่ชื่อ อาร์จีนิน) ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม วิตามินเอ วิตามินดี เป็นต้น

๒. ค่ามาตรฐานส่วนสูงของเด็กไทยเป็นเท่าไหร่?จากการสำรวจครั้งล่าสุดของกองโภชนาการ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ พบว่าเด็กไทยมีส่วนสูงมากกว่าตอนสำรวจเมื่อปี ๒๕๓๐ เราสามารถเทียบจากตารางได้ ดังนี้

อายุ             มาตรฐานส่วนสูง                          (เซนติเมตร)                                   มาตรฐานน้ำหนัก (กิโลกรัม)
ชาย                             หญิงชาย                            หญิง
ทารก        
๐-๕ เดือน
๖-๘ เดือน
๙-๑๑ เดือน
เด็ก
๑-๓ ปี
๔-๖ ปี
๑๐-๑๒ ปี
๑๓-๑๕ ปี
๑๖-๑๙ ปี
 
๕๑.๘-๖๖.๐         ๕๑.๔-๖๔.๒
๖๘.๐-๗๑.๒         ๖๖.๒-๖๙.๔
๗๒.๖-๙๖.๐         ๗๑.๐-๙๕.๒

๗๖.๔-๙๖.๐        ๗๔.๒-๙๕.๒
๑๐๓.๔-๑๑๔.๖   ๑๐๒.๔-๑๑๔.๐
๑๑๙.๖-๑๒๘.๔    ๑๑๙.๓-๑๒๙.๖
๑๕๓.๘-๑๖๔.๘   ๑๕๓.๕-๑๕๗.๓
๑๖๗.๗-๑๖๙.๕   ๑๕๗.๕-๑๕๗.๖
๕.๘                            ๕.๘
๗.๖                             ๗.๖
๘.๔                            ๘.๔

๑๑.๗                         ๑๑.๗
๑๖.๕                         ๑๖.๕
๒๑.๙                         ๒๑.๙
๒๙.๓                         ๓๐.๗
๕๓.๙                         ๔๘.๑




หากเรามีส่วนสูงไม่ต่ำกว่าค่าดังกล่าว เราก็น่าจะพอใจ และไม่น่าจะเป็นปัญหาใดๆ เพราะความสูงมากกว่านี้ไม่ใช่สิ่งที่บ่งบอกว่าจะมีสุขภาพดีหรือไม่ หากขึ้นอยู่กับพฤติกรรมสุขภาพมากกว่า
๓. อาหารของคนไทยขาดแคลนแคลเซียมหรือ?
 ชนิดอาหาร                  ปริมาณ                          แคลเซียม*มิลลิกรัมต่อ ๑๐๐ กรัมปริมาณ                            อาหาร**            ที่บริโภคต่อครั้ง             ปริมาณ                           แคลเซียมที่ได้รับ มิลลิกรัมต่อครั้ง
กุ้งแห้ง
กะปิ
งาดำคั่ว
กุ้งฝอย
ถั่วแดงหลวง, ดิบ
ผักโขม
เต้าหู้ขาว
ผักคะน้า
ปลาไส้ตัน
งาขาว, คั่ว
นมสด
 
๒,๓๐๕
๑,๕๖๕
๑,๔๕๒
๑,๓๓๙
๔๑๕
๓๔๑
๒๕๐
๒๔๕
๒๑๘
๙๐
๑๑๘
 
๑ ช้อนโต๊ะ (๖ กรัม)
๑ ช้อนชา (๕ กรัม)
๑ ช้อนชา (๓ กรัม)
๒ ช้อนโต๊ะ (๑๔ กรัม)
๓ ช้อนโต๊ะ (๓๐ กรัม)
๕ ช้อนโต๊ะ (๒๕ กรัม)
ครึ่งหลอด (๙๕ กรัม)
๕ ช้อนโต๊ะ (๔๕ กรัม)
๕ ช้อนโต๊ะ (๒๕ กรัม)
๑ ช้อนชา (๓ กรัม)
๑ แก้ว (๒๕๐ มิลลิลิตร)
๑๓๘
๗๘
๔๓
๑๘๗
๑๒๔
๘๕
๒๓๗
๑๑๐
๕๔

๒๙๕
 

เราได้รับแคลเซียมจากแหล่งอาหารต่างๆอยู่แล้ว แตกต่างกันตรงที่ว่าแหล่งอาหารชนิดใด ร่างกายสามารถดูดแคลเซียมไปใช้ได้ดีเท่าใด

๔. หากได้รับแคลเซียมมากเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น?ขณะนี้ยังอยู่ระกว่างรวบรวมข้อมูลถึงผลข้างเคียงของการได้แคลเซียมมากเกินไป (มากกว่าวันละ ๒,๐๐๐ มิลลิกรัม) ว่ามีผลอย่างไร ไม่ว่าจะทำให้เกิดนิ่วในไต หรือมีสารสะสมของแคลเซียมในเนื้อเยื่อต่างๆที่มิใช่กระดูกและฟัน รวมทั้งการรบกวนหรือยับยั้งการใช้แร่ธาตุอื่นๆที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น สังกะสี  และเหล็ก เป็นต้น หรืออาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้


อายุมิลลิกรัม
ทารก
๓-๕ เดือน
๖-๘ เดือน
๙-๑๑ เดือน
เด็ก
๑-๑๐ ปี
๑๑-๒๔ ปี
ผู้ใหญ่ ๒๕ ปีขึ้นไป
หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
หญิงวัยหมดระดู

๓๖๐
๔๒๐
๔๘๐

๘๐๐
๑,๒๐๐
๘๐๐
๑,๒๐๐
๑,๐๐๐-๑,๕๐๐

คำตอบและข้อเสนอแนะของคำถามทั้ง ๔ ข้อ คงพอจะให้ข้อคิดและความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประโยชน์ที่แท้จริงของแคลเซียมบ้าง เพื่อใช้วิเคราะห์พิจารณารู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา และสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ประหยัดสุด ในยุคไอเอ็มเอฟนะครับ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก